2005/Dec/03

เรื่องแรก ... ตอนนี้ ผมสอบข้อเขียนของมศว คณะมนุษยศาสตร์ เอก วรรณกรรมสำหรับเด็กผ่านแล้ว มีคนสอบ367คน ผ่าน24คน แต่รับ10คน ผมเองเป็นคนที่17 (ไม่รู้ว่าเรียงตามตัวอักษร หรือคะแนน) เหลือแต่ไปสอบสัมภาษณ์ให้ผ่านก็จะได้มีที่เรียนแบบแน่นอนแล้ว (ขอบคุณทุก ๆ คนที่คอยให้กำลังใจก่อนสอบครับ ^^)

เรื่องที่สอง เนื่องจากเมื่อวันที่ 16 พฤศจิ เป็นวันเกิดพี่ภา Tsukasa ก็เลยจับเอาออริของท่านพี่มาแต่งฟิกให้(ซึ่งใช้เวลานานเพราะยาก ... ) ออริของพี่ภาชื่อว่า Destiny Journeyลงอยู่ในเด็กดี

ตามลิงค์นี้ http://www.dek-d.com/entertain/view.php?id=23506

แล้วก็ดีใจที่พี่ภาอ่านแล้วบอกว่าชอบมาก ผมเลยเอามาลงบลอคให้คนอื่นได้อ่านกันด้วย

ปล. ถ้ายังไม่เคยอ่านออริ ก็สามารถอ่านฟิกนี้ได้ เพราะว่าแต่งเป็นเหตุการณ์ก่อนที่จะเริ่มเรื่องในออริของพี่ภา

Destiny journey fanfiction - Miracle

อัสลาน ... ชายหนุ่มผู้นั้นผู้มีเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม ผู้ที่ข้าติดตามเป็นข้ารับใช้มาหลายปี นายของข้า ...

ข้าเฝ้ามอง และติดตามชายหนุ่มผู้นี้ไปทั่วเอเรนเทีย ใช่ ... อัสลานชอบเดินทาง พเนจรไปเรื่อย แล้วเขาก็พบกับข้าในวันหนึ่ง

เจ้าต้องการอะไรจากเราหรือ มนุษย์ สัญชาตญาณแห่งความทระนงตัวในชาติพันธุ์สัตว์เทพของข้า ทำให้มองเจ้าหนุ่มตรงหน้าอย่างดูแคลน

ฉันมาตามหาเจ้า สัตว์เทพหน้าขน เขาตอบได้เผ็ดร้อนเท่ากัน ดวงตาเป็นประกายกล้าของเขาทำให้ข้าแอบชื่นชมในความกล้าอยู่เล็กน้อย

หน้าขนรึ ข้าเลิกคิ้วถาม

ใช่แล้ว ฉันว่าเจ้า หน้าขน ลงมาเป็นสัตว์เทพประจำตัวฉันดีกว่า บุรุษลึกลับตอบกลับมา

ฮึ ! ข้าไม่ได้ชื่อหน้าขน เจ้ามนุษย์ ข้าชื่อ ยูริสเทอุส

ฉันก็ไม่ได้ชื่อเจ้ามนุษย์ ฉันชื่อ อัสลาน

อัสลาน ดี ชื่อดีนี่ เอาละ เจ้ากล้าดี ข้าชักชอบนิสัยเจ้าเข้าแล้ว ตอบข้ามาข้อหนึ่งก่อน เจ้าต้องการข้าไปทำไม

ก็ไม่มีอะไรมากหรอกนะ ข้าต้องการสัตว์เลี้ยง แค่นั้นเอง อัสลานแก้ข้อสงสัยให้

สัตว์เลี้ยง เฮอะ ! มันกล้าเอาข้าไปเทียบกับสัตว์ชั้นต่ำอย่างนั้นด้วย มันจะมากไปแล้ว เจ้ามนุษย์ !

งั้นข้าจะทดสอบเจ้า ถ้าเจ้าผ่านบททดสอบของข้าไปได้ ข้าจะยอมรับเจ้าเป็นนาย

เอาเลย กำลังคันไม้คันมืออยู่พอดี นายมาเป็นคู่ซ้อมให้หน่อยแล้วกัน หน้าขน

ข้าบอกว่าข้าชื่อ ยู ริส เท อุส !

ในวินาทีนั้นเอง ข้าก็โจมตีใส่อัสลานด้วยความเร็วที่มนุษย์ธรรมดามองแทบไม่ทัน

แก๊ง ! เสียงโลหะถูกกระทบอย่างแรง เจ้ามนุษย์กันการโจมตีของข้าไว้ได้

นับว่าเจ้าตาไวไม่เบา แต่คราวต่อไป ไม่รอดแน่ ยูริสเทอุสคำราม

เจ้ามนุษย์นั่นยังคงยิ้มและควงหอกของมันเล่น ... อีกไม่นานหรอก เจ้าจะไม่ได้ยิ้มอีกต่อไป

"เมเทโอ โวลคาโน่ ! " ยูริสเทอุสร่ายเวทมนตร์ ลูกไฟจำนวนมากตกใส่บริเวณที่อัสลานยืนอยู่เหมือนอุกกาบาตพุ่งชนโลก อัสลานกลิ้งหลบไปมาและ ...

"ฟรีซซิ่งชีล ! " อัสลานร่ายเวทได้ทันเวลาพอดี เกราะน้ำแข็งกำบังลูกไฟได้เป็นอย่างดี แต่ก็ละลายไปพร้อมกับความร้อนที่เผาผลาญ

"ดี ทำได้ดี งั้นต่อไป แอนกรี้ แองเกอร์ ! " สมอใหญ่ยักษ์ที่ไม่รู้มาจากไหน พุ่งดิ่งลงมาหมายทับมนุษย์โง่เขลาที่อาจหาญมาสู้กับสัตว์เทพที่มีอำนาจมากกว่าให้แหลกลงไป

แต่ผลกลับไม่ได้เป็นดั่งนั้น

"สตาร์ดัสท์ ! " หอกด้ามยาวสีนิล ถูกตวัดขึ้นตัดอากาศเบื้องบน ส่งผลให้สมอยักษ์ที่พุ่งลงมานั้นขาดกลาง ดิ่งลงไปอย่างไม่มีทิศทางลงบนพื้นเป็นสองส่วน

"ถึงตาฉันบ้างแล้วละนะ ยูริสหน้าขน สตาร์ไลท์โรลเลอร์ ! " ตวัดหอกสีดำขึ้นอีกครั้ง ประกายดาวบนด้ามหอกก็หลุดลอยออกมา และแตกตัวเพิ่มมากขึ้นม้วนตัวเป็นสายเหนือสัตว์เทพร่างสุนัขสีขาวบริสุทธิ์ และเข้ารัดและตรึงร่างของมันไว้

"เอนดิ้ง สตาร์ ... ไลท์ ! " อัสลานเหวี่ยงหอกขึ้นบนฟ้า และท่องมนตร์บทโบราณออกมาด้วยความรวดเร็วและชำนาญ สตาร์ดัสท์ที่พุ่งขึ้นไปกลับหันหัวไปยังทิศทางที่ยูริสเทอุสถูกมัดอยู่ เกิดแสงสว่างจ้าสีทองขึ้นที่คมหอก ยิ่งใกล้เป้าหมาย ก็ยิ่งสว่างจ้าขึ้นเท่านั้น ... สัตว์เทพผู้หยิ่งทระนงหลับตาปี๋

ฉึก ! เสียงหอกทะลุกับวัตถุดังขึ้น เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ

"เจ้าชนะ" ยูริสเทอุสพูดเบาราวกระซิบ สัตว์เทพคิดว่าตนเองไม่รอดแน่แล้ว

แต่หอกนั่น ไม่ได้มุ่งเข้าแทงข้าอย่างที่คิดไว้ แต่มันกลับวิ่งไปปักอยู่ที่ต้นไม้ใกล้เคียงนั้นต่างหาก และสิ่งที่คั่นระหว่างต้นไม้กับหอกไว้ มันเป็นปีศาจตัวจ้อยหน้าตาน่าเกลียดที่กำลังดิ้นเร่า ใบหน้าบูดเบี้ยวเหยเก สามง่ามอันจิ๋วถูกใช้แทงหอกสตาร์ดัสท์ หมายให้หลุดจากตัว แต่ก็ไม่ขยับเพียงนิด

"เดรม ปีศาจกินฝันงั้นรึ ฮะฮะ เจ้าชนะแล้วก็ยังช่วยข้าไว้ด้วย เจ้ามนุษย์ ไม่สิ อัสลาน ... นายท่าน"

"เย้ ในที่สุด นายก็ยอมไปกับฉัน ยูริสหน้าขน"

"ข้าไม่ได้ชื่อยูริสหน้าขน ข้าชื่อ ยูริสเทอุส ! "

และด้วยเหตุนั้น ข้ากับอัสลาน ก็ได้ออกเดินทางพเนจรไปทั่วเอเรนเทีย จุดประสงค์ที่แท้จริงของอัสลานปรากฏหลังจากนั้น

ความจริงแล้ว ข้าไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยงของเขาอย่างที่ข้ากลัวไว้ เขายกข้าเป็นเสมือนเพื่อน เสมือนน้องชาย เราเดินทางกันด้วยความสนุกสนาน แม้ว่าอัสลานจะนิสัยบ้า ๆ บอ ๆ แต่เขาก็คือนายท่านของข้า เราเดินทางไปด้วย ปราบปีศาจทั้งหลายไปด้วย อัสลานบอกข้าว่า เขาคือสายเลือดผู้อัญเชิญกลุ่มสุดท้ายแล้ว แต่ถึงอย่างไรเสีย ก็ต้องตามหาสัตว์เทพมาเป็นพวกของตนเองไว้ก่อน จะต้องปราบปีศาจที่คอยเบียดเบียนชีวิตมนุษย์ ที่เห็นชีวิตเป็นผักปลานั้นให้ได้มากที่สุด

จวบจนเวลาผ่านไปหลายปี อัสลานในเวลานี้ แข็งแกร่ง สง่างาม สมชายชาตรีคนหนึ่งพึงจะเป็น

"ยูริส อีกไม่นาน เราจะเดินทางเข้าสู่บ้านเกิดของฉัน มหานครกาเรน ดีใจรึเปล่า จะได้ไปเยี่ยมบ้านเกิดของเจ้านายของนายเชียวนะ"

"ครับ" ยูริสเทอุสในร่างมนุษย์ในเวลานั้นไม่ใครสนใจคำพูดของเจ้านายของเขาเท่าใดนัก เขากำลังคิดถึงคู่หมั้นของเขา นางผู้มีศักติแห่งสัตว์เทพเช่นเดียวกับเขา นางผู้มีนัยน์ตาสีแดงเพลิง นางผู้มีนาม วาเทรีอา ...

...เอเรนเทีย ณ มหานครกาเรน ... ยามอัสดง

"จูเรียใช่หรือไม่ละนั่น"

หญิงสาวนางหนึ่งสะดุ้งสุดตัวก่อนหันหลังกลับมาพิศใบหน้าเจ้าของเสียงทุ้ม ใบหน้ามนตัดกับแสงอาทิตย์อัสดง เส้นผมสีเพลิงนั้นปลิวสยายเล่นลม อัสลานตกตะลึงในความงดงามนั้น ราวกับจะกลมกลืนตัวนางเองไปกับอาทิตย์อัสดงอย่างนั้นแหละ

"อัสลาน นั่นเธอใช่ไหม ? " หญิงสาวเป็นฝ่ายถามกลับ วางมัดผักที่กอดแนบอกอยู่ลง บนดวงหน้านั้นมีเม็ดเหงื่อผุดพราย แล้วนางก็ยกผ้ากันเปื้อนขึ้นซับเหงื่อ เผยให้เห็นใบหน้าเกลี้ยงไร้ริ้วรอยจะติได้

ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววตกตะลึงแวบหนึ่งก่อนจะหายไป แต่ถึงจะตั้งสติได้บ้างแล้ว ก็ยังตอบไปอย่างอ้ำอึ้ง

"อะ เอ้อ ใช่ แล้วแม่นางล่ะ ใช่จูเรียหรือไม่"

"ใช่ ฉันเองละจ้ะ เป็นไงพ่อนักพเนจร หนีไปเที่ยวเสียนาน กว่าจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดก็นานเสียหลายปี แล้วนั่น หนุ่มน้อยที่ไหนละนั่น นี่ ! หรือว่าเธอ ... เปลี่ยนรสนิยมแล้ว"

เธอ ทำหน้าแปลก ๆ คิดอะไรอยู่ยัยมนุษย์ !

สายลมรอบกายทั้งสามพัดแรงอย่างไม่มีสาเหตุ ร่างของชายหนุ่มนามยูริสเทอุสลอยขึ้นจากพื้น และเปล่งแสง ควันสีขาวล้อมรอบและบดบังตัวเขาไว้อย่างเกลียวคลื่นม้วน
แสงสีทองเปล่งจ้า ปีกสีขาวคู่งามสยายโผล่ออกมานอกกลุ่มควัน ร่างสุนัขป่าขนสีขาวบริสุทธ์ที่มีปีกสีขาวคู่งาม ปรากฏแก่สายตามนุษย์ทั้งสอง

จูเรียดูตกใจไม่น้อย แต่ก็สาสมกับที่เธอคิดอะไรพิเรนทร์ระหว่างข้ากับอัสลาน

"แหะ ๆ ก็อย่างที่เจ้าเห็นละนะจูเรีย หมอนี่เป็นสัตว์เทพของฉัน เราเดินทางกลับมาบ้านเกิดด้วยกัน ไม่นึกว่าจะได้พบเธอเร็วขนาดนี้ จูเรีย"

ดวงตาสีเพลิงเป็นประกายใสมีแววแปลกใจก่อนตอบ

"แสดงว่าเธอทำสำเร็จ ไม่น่าเชื่อทีเดียว แล้วนี่เจาะจงมาหาฉันเหรอ อัสลาน"

อีกฝ่ายพยักหน้าช้า ๆ

"ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แล้วฉันก็กลับมาทวงสัญญาสมัยเด็ก เด็กหญิงจูเรียสัญญาอะไรกับเด็กชายอัสลานเอาไว้หนอ" อัสลานแกล้งรำพึง

"คนบ้า ให้เวลาเตรียมตัวสักหน่อยสิ"

เมื่อนึกถึงสัญญาวัยเด็ก นางก็หน้าแดงขึ้นมา สงสัยจริง นายท่านของข้ากับจูเรียสัญญาอะไรกันไว้

"เอ้า ได้ งั้น คืนนี้ มาพบกันที่กรีนฟิลด์ บนยอดเขา ฉันมีอะไรจะบอกเธอด้วย ตอนนี้ขอกลับไปดูบ้านก่อนละ คิดถึงเหลือเกิน ทั้งเมือง ทั้งบ้าน" ดวงตาของอัสลานฉายแว้วเศร้า

อัสลานดึงตัวจูเรียเข้ามากอดเบา ๆ ทีหนึ่งแล้วก็พาข้าเดินจากมา

"นี่ นายท่านครับ นางเป็นใคร"

อัสลานยิ้มกว้าง ยิ้มเหมือนกับว่าโลกทั้งใบเป็นของเขา

"จูเรียน่ะ เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่สนิทกันกับฉันมากที่สุด น่ารัก โตขึ้นมาก็สวยขึ้นผิดหูผิดตาทีเดียว ดีจังเนอะยูริส ที่ได้กลับมาบ้านเกิด" ใบหน้าในเวลาที่พูดถึงจูเรียของอัสลาน ช่างเป็นใบหน้าที่อบอุ่นยิ่งนัก

"ครับ"

บ้านของอัสลานเป็นบ้านไม้ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็น่าจะพออยู่กันได้หลายคนอยู่เหมือนกัน ฝุ่นบาง ๆ เริ่มเกาะจับแล้ว แต่ก็ดูเหมือนมีร่องรอยทำความสะอาดเสมอ

อัสลานยิ้มเล็กยิ้มน้อยให้กับตนเอง ก่อนจะเข้าไปห้องนอนโดยไม่พูดอะไร จนตกดึกนั่นแหละ ถึงจะตื่นขึ้นมาทานอาหาร

อัสลานเล่าว่า แต่ก่อนนี้เขาอาศัยอยู่ในบ้านนี้กับท่านแม่เพียงลำพัง แต่พอท่านแม่สิ้นลม เขาก็เหลือตัวคนเดียว จึงออกเดินทางตามหาความฝัน จุดหมายอยู่ที่สัตว์เทพตนใดตนหนึ่ง เพื่อที่จะได้เป็นผู้อัญเชิญที่เก่งกล้าตามท่านพ่อของเขา

"ฉันจะรักษาสายเลือดของผู้อัญเชิญเอาไว้ ยูริสเทอุส" บอกเพียงเท่านั้น แล้วอัสลานก็นำทางข้าไปจนถึงยอดเขาที่กรีนฟิลด์ กลิ่นหญ้าและน้ำค้างยามดึกเช่นนี้ช่างหอมเย็น หอมเหมือนบ้านเกิดที่ข้าจากมา ...

ร่างบางที่นั่งบนหินก้อนใหญ่ขยับเล็กน้อยราวกับล่วงรู้ถึงการมาเยือนของอีกสองร่าง เส้นผมสีเพลิงของนางกลืนกับความมืด แต่สีผิวขาวผุดผ่องนั้น เรืองแสงราวต้องแสงไฟ

"เฮ้ จูเรีย ฉันมาแล้ว ขอบคุณนะที่คอยดูแลบ้านให้ข้าด้วย"

อย่างนี้นี่เอง มิน่า ตอนไปถึงบ้าน อัสลานถึงยิ้มแปลก ๆ

"อ๊าคคคคคคคคคคค ! " อัสลานตะโกนดังก้องขุนเขา เพราะภาพที่เขาเห็นมัน ...

ใบหน้าที่หันกลับมานั้น เป็นใบหน้าของปีศาจน่าเกลียดน่ากลัว แสยะยิ้มกว้าง

ยูริสเทอุสกระโจนทีเดียวก็ถึงบริเวณดังกล่าว อัสลานยืนเอามือกุมหัวใจตัวเอง แต่อีกฝ่ายดูท่าทางไม่ร้อนรน ลุกขึ้น และเดินเข้ามาใกล้อัสลานที่ไม่มีทีท่าว่าขาของเขาจะขยับหนีได้แม้แต่ก้าวเดียว

"หยุดนะ เจ้าปีศาจ" ยูริสเทอุสกลับร่างสัตว์เทพอีกครั้ง ยืนคั่นกลางระหว่างอัสลานและปีศาจดังกล่าว

"เจ้าปล่อยให้ข้ารอตั้งนานแน่ะ อัสลาน และเจ้า หมาน้อย" คำหลังนี่คงพูดกับข้ามากกว่า

"ข้าไม่ใช่หมาน้อย ข้าคือสัตว์เทพ ! ชื่อยูริสเทอุส แล้วแกทำอะไรกับจูเรียไป นางอยู่ไหน" ยูริสเทอุสตะคอก

"ก็อยู่นี่แล้วไง ตรงหน้าเจ้า" มันยิ้ม

เหตุการณ์กลับตาลปัตร สิ้นเสียงดีดนิ้วของปีศาจตนนั้น ใบหน้าก็เปลี่ยนไป เหลือเพียงใบหน้างาม ๆ กับดวงตาสีทับทิมของจูเรีย

"ฉันเป็นนักเวท ก็ย่อมต้องแปลงกายได้ พวกเธอนี่ไม่เฉลียวใจเลยเหรอ" จูเรียหัวเราะน้อย ๆ

"อย่าเล่นบ้า ๆ อย่างนี้อีกนะจูเรีย ตกใจหมด ถ้ายุริสเทอุสไม่ยั้งมือ เธออาจบาดเจ็บไปแล้วนะ ! " อัสลานใส่ไม่ยั้ง

"เจ้าค่ะ ๆ ท่านอัสลาน" น้ำเสียงเธอประชดนิด ๆ แล้วหันกลับไปนั่งบนหินก้อนเดิม บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของแผ่นหลังน้อย ๆ แสนงอนเพียงใด

อัสลานเดินตามเข้าไปนั่งเคียงข้าง

"นี่ จูเรีย ฉันกำลังมาทวงสัญญา ไม่ได้ให้เธอมานั่งงอนนะ" เขาง้อเมื่อเห็นสาวเจ้าทำท่างอนเสียเต็มประดา

"เชอะ สัญญาลมปาก เธอมีหลักฐานรึเปล่าล่ะ"

"ก็ไหนสัญญากันไว้ ... " ชายหนุ่มนิ่วหน้า ผิดหวัง

คำตอบที่ได้ยังเป็นความเงียบ ราวชั่งใจบางอย่าง

"ยูริส ออกไปจากตรงนี้ก่อนนะ น้องชาย"

"ครับ นายท่าน" ยูริสเทอุสถอยออกมานั่งสังเกตการณ์อยู่หลังต้นไม้ในละแวกนั้นอย่างเงียบเชียบ

ข้างงเหลือเกิน ทำไมกันนะ สัญญาอะไรกันไว้ ข้าถึงอยู่คอยป้องกันภัยให้ไม่ได้

"จูเรีย ยังจำได้รึเปล่า ว่าสัญญาอะไรกับฉันไว้"

"จำได้สิ จำได้แม่นเลย" ดวงตาฉายแววยินดีทำให้อัสลานใจชื้น

"งั้นทวนสัญญาให้ฟังหน่อยสิ" อัสลานกระซิบ

ดวงดาวบนฟ้าแข่งกันกระพริบอวดแสงของตนอย่างแข็งขัน บนยอดเขากลางดึกสงัดเช่นนี้ ไม่น่ามีคนอุตริมานั่งเล่นบนยอดเขา หากไม่ใช่ เด็กชายอัสลานและเด็กหญิงจูเรีย
สองจอมซนแห่งกรีนฟิลด์

"นี่ ฉันน่ะร่ายเวทได้หลายบทแล้วนะ แล้วเธอล่ะอัสลาน" จูเรียเอ่ยทำลายความเงียบ พวกเขากำลังนั่งหันหลังให้กันเงยหน้าดูดาวอยู่

"ก็ได้บ้างแล้วละ ต่อไปนะ ฉันจะเก่งกว่าจูเรีย และเป็นผู้อัญเชิญที่เก่งที่สุดให้ได้ ! " เด็กหนุ่มตอบด้วยความมั่นใจ

"ผู้อัญเชิญที่เก่ง ๆ ต้องมีสัตว์เทพประจำตัวด้วยนะ เธอจะหาได้เหรอ" จูเรียเย้า สะบัดเปียสีแดงไปด้านหลัง

"ฉันต้องหาสัตว์เทพมาให้ได้ ! " เด็กหนุ่มตะโกน

"ฉันว่าเธอหาไม่ได้หรอก อัสลาน"

ด้วยความคิดชั่ววูบ ครั้นแล้วอัสลานจึงร้องท้าพนัน

"มาพนันกัน จูเรีย ถ้าฉันพาสัตว์เทพกลับมาไม่ได้ ฉันจะให้เธอขออะไรจากฉันก็ได้หนึ่งอย่าง"

"แล้วถ้าเธอชนะ เธออยากได้อะไร อัสลาน" เด็กหญิงเอียงคอถาม

ด้วยความที่แอบชอบเพื่อนสาวเป็นทุนเดิมพ่วงด้วยความใจร้อนตามประสาเด็กหนุ่ม อัสลานจึงโพล่งออกไปว่า ...

"เธอจะต้องแต่งงานกับฉัน จูเรีย"

เพียงเท่านั้น ใบหน้างามก็แดงเป็นลูกตำลึงสุก แต่ก็ยังตอบรับอย่างตะกุกตะกัก

จวบวันนี้ เด็กชายอัสลานจึงเติบใหญ่เป็นอัสลานชายหนุ่มสายเลือดผู้อัญเชิญแสนสง่างาม และกลับมาพร้อมกับสัตว์เทพของเขา และกำลังนั่งอยู่ข้างกายเธอ เขาจะรู้ไหมหนอ เธอรอคอยเขากลับมาด้วยความหวังเต็มเปี่ยมเช่นกัน รอความสำเร็จของคนคนนี้ ที่เธอรัก ...

"วันนี้ ที่นี่ ณ ตรงนี้ ฉันก็กลับมาแล้ว จูเรีย กลับมาเคียงข้างเธอ" แววตาของชายหนุ่มขึงขัง จริงจัง จนร่างบางข้างกายหัวเราะคิก

"ขำอะไรกัน จูเรีย"

"ก็ขำเธอน่ะสิ รู้ตัวไหม เวลาเธอทำหน้าแบบนี้ มันตลก"

"โธ่ คนรึก็อุตส่าห์จริงจังด้วย ยังมาขำกันอีก" ว่าแล้วก็เบ้หน้า

"อัสลาน ความจริงแล้ว ฉันกลัวมากเลยนะ กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป เพราะหนทางนั้นมันอันตรายมาก ฉันได้เพียงแต่อธิษฐานให้เธอปลอดภัย และได้แต่รอ ฉันคิดเอาไว้ว่า ถึงเธอจะไม่ได้กลับมาพร้อมยูริสเทอุส ฉันก็ยังจะยอมแต่งงานกับเธอ" พูดมาถึงตรงนี้ เธอก็ก้มหน้านิ่ง พวงแก้มระเรื่อเจือไปด้วยสีเลือดฝาด

"จูเรีย แต่งงานกับฉันนะ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยช้า เบา ราวกระซิบ

"หา ! อะ เอ่อ ตกลงจ้ะ อัสลาน"

"ภายใต้ผืนฟ้าแห่งมหานครกาเรน ขอดวงดาวและสายลมจงเป็นพยาน ข้า อัสลาน สเตนฟอร์ด สาบานจะรักจูเรีย เวนเลอร์ และทำให้นางมีความสุข ตลอดไป จนกว่าชีวิตของข้าจะหาไม่ ..."

หลังจากนั้นไม่กี่วัน อัสลานและจูเรียก็แต่งงานกัน และออกผจญภัย ปราบปีศาจทั้งหลายและช่วยเหลือชาวบ้านทั่วไป จนกระทั่ง

"อุแว้ ! แว้ อุแว้" เสียงสวรรค์เสียงน้อยตะโกนขึ้นให้ทราบถึงสัญญาณของชีวิตใหม่ ที่ออกมาลืมตาดูโลก

"จูเรีย เจ้าได้ลูกสาว" หมอตำแยเฒ่ากล่าว พร้อมส่งเด็กน้อยที่ซุกตัวภายใต้ผ้าห่มหนาซึ่งบัดนี้หลับปุ๋ยไปเป็นที่เรียบร้อยแม่มารดาของเด็ก

"ขอบคุณค่ะ ท่านป้า" เธอรับลูกสาวเอาไว้แนบอ้อมอก น้ำตาแห่งความปิติซึมออกจากดวงตาหญิงสาว บัดนี้เธอเป็นแม่คนแล้ว

ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่า การที่บิดามารดา ได้เห็นชีวิตน้อย ๆ กำเนิดขึ้นมาในโลกใบนี้ เลือดเนื้อเชื้อไขของพวกเขาเอง ลูกรัก ...

"ท่านพี่ เราได้ลูกสาวค่ะ"

"ฮะ ๆ ลูกสาวตัวน้อย ทายาทแห่งนักอัญเชิญและนักเวทเหรอ ไม่เลวนี่จูเรีย แม่หนูน้อยของเราน่ะน่าเกลียดน่าชังเชียว" อัสลานพูดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข

แม่ตัวน้อยที่อัสลานพูดถึงขยับตัวและยื่นมือขึ้นหน่อยหนึ่งคล้ายจะบอกว่า "อย่ามาว่าหนูน่าเกลียดนะท่านพ่อ" ส่งผลให้ท่านพ่อท่านแม่มือใหม่ที่ตีความไปอย่างเดียวกันหัวเราะน้อย ๆ ก่อนที่อัสลานจะสวมกอดภรรยาและลูกสาวไว้กระชับแนบอก

"ฉันดีใจนะจูเรีย ที่เรามีวันนี้ ขอบคุณเธอมาก" ไม่ว่าเปล่า ยังหันไปจุมพิตพวงแก้มนวลของภรรยาสุดที่รักอีกด้วย

"ค่ะ ท่านพี่" จูเรียยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศรีษะลูกน้อยอย่างแผ่วเบา

แอ๊ด ... เสียงประตูลั่นอย่างช้า ๆ ปรากฏร่างของผู้มาใหม่ ยูริสเทอุสนั่นเอง

"ยูริส มาพอดีเลย มารู้จักกับนายน้อยเอาไว้สิ น่าเกลียดน่าชังดีใช่ไหมล่ะ" คนเป็นพ่อรีบอวดธิดาตัวน้อยอย่างดีใจ

"ครับ น่าเกลียดน่าชัง มหัศจรรย์จังนะครับ มนุษย์เนี่ย สรรค์สร้างชีวิตขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องอาศัยพระผู้เป็นเจ้า บางครั้งข้ายังสงสัยเลยว่า ข้าเกิดมาได้ยังไง"

"เธอก็ต้องมีผู้ให้กำเนิดเหมือนกันแหละจ้ะ ยูริสเทอุส" นายหญิงของยูริสเทอุสปลอบ

"ว่าแต่ ตั้งชื่อนายน้อยกันหรือยังครับ"

"ยังเลย เจ้ามาช่วยฉันคิดหน่อยสิ" อัสลานกอดอกยกมือขึ้นลูบเคราสีน้ำตาลของตนอย่างครุ่นคิด

"ชีวิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เป็นปาฏิหาริย์ อย่างนั้นก็ ... " สัตว์เทพรำพึง

"มิราเคิล ! " ทั้งสามร้องออกมาพร้อมกัน ชีวิตน้อย ๆ ถือกำเนิดด้วยความมหัศจรรย์และเต็มไปด้วยปาฏิหาริย์ ซ้ำยังเป็นสายเลือดของทั้งนักอัญเชิญและนักเวทซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ไม่ใช่มิราเคิล แล้วจะขนานนามนางว่าอย่างใดได้อีกกัน ...

อนาคตที่ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้กำลังรอหนูน้อยมิราเคิลอยู่ เพราะมันคือ ... Destiny Journey ...
***********************************************

ไม่ได้อัพซะนานเลย เฮ้อ จะมีใครเข้ามาดูไหมน้า ...

จากโจรผู้ที่ยัง.....โง่เขลา *-*

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
พี่เคยส่งให้ตังค์ครั้งนึงแล้วนี่นา
สนุกดีค่า~
#1  by  ขอทานน้อย (58.10.50.236) At 2005-12-03 13:10, 
อ๊ะแง้ววานเกิดพี่ภาเหยอ = [] =
HBD ง๊ บ > <
#2  by  *o Natsuki-ChaN*NEENiiZ o* At 2005-12-03 14:02, 
ยินดีด้วยนะคะ
#3  by  ++Rene_Reclu$e++ At 2005-12-03 14:07, 
อ้า ยินดีด้วยนะคะ เราก็ผ่านข้อเขียน วิทยาคอมฯ^ ^
#4  by  # Hyokito # At 2005-12-03 15:17, 
เก่งจังแต่งเรื่องได้ด้วยอะเรายังไม่ได้ขนาดนี้เลย ยินดีที่ได้รู้จักนะ
#5  by  เก๋ (58.136.207.57) At 2005-12-03 18:29, 
ดีใจด้วยน้า ^^
พยายามต่อไปละกาน
#6  by  cherrykids At 2005-12-03 22:14, 
จำได้ว่าเคยส่งให้อ่านแล้วใช่ป่ะ??

ยังไงก็ยินดีล่วงหน้าน้า >_< ทำให้ดีที่สุดล่ะ
#7  by  Lynx At 2005-12-03 23:17, 
จบสวยแฮะ = =+
นี่เราอ่านฟิคทั้งๆที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องจริงเหรอเนี่ย =[]=
#8  by  กุ้ง At 2005-12-06 22:06, 
โงะ *0* ยินดีด้วยนะคะ เราก็ไปสอบเหมือนกัน มศว แต่มะติดง่ะ แฮะๆ ^ ^" สัมภาษณ์ก็พยายามเข้านะคะ
#9  by  -Mimi- At 2006-01-01 21:09, 

หุหุ .. ขอให้ผานสัมพาสละกานนะคะ
#10  by  Pie (58.8.55.78) At 2006-02-01 20:09, 

<< Home