กาเหว่า โดย ... อคิราห์
บทที่ 1 เพียงลูกกาเหว่า
ท้องฟ้าสีเทาค่อย ๆสว่างขึ้นทีละนิดเสียงนาฬิกาปลุกเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างตรงต่อเวลา
มือลึกลับเอื้อมไปกดสลักห้ามเจ้านาฬิกาปลุกผู้น่าสงสารให้หยุดส่งเสียง ฉัน ยังไม่อยากตื่น
เพราะวิญญาณของฉันกำลังโลดแล่นเสพสุขกับนิทานอยู่ในอีกมิติหนึ่ง
เวลาผ่านไปไม่นานนัก คน ที่โลกโน้นก็ออกปากไล่
ไปโรงเรียนก่อนไป๊คืนนี้กลับมาใหม่จะเตรียมเรื่องใหม่มาเล่าให้ฟัง เธอ ปิดหนังสือ
การแก้แค้นของกระต่าย ฉันผงกหัวรับกล่าวลา แม่ ในอีกมิติเดินทางกลับโลกเดิม
สายตาจับจ้องไปที่นาฬิกาปลุกอย่างมึน ๆ ตีห้าครึ่งแล้วนอนต่อมาตั้งครึ่งชั่วโมงแต่ทำไมมันดูแปบเดียวเอง
ฉันปรารภกับตนเองในใจพลางพลิกตัวลุกขึ้นยืนและด้วยความเคยชินฉันหลับตาเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวจากนั้นก็ให้ความมืดโอบไล้และฉุดกระชากไปอาบน้ำอย่างโดยดี
ขณะกำลังแต่งตัวฉันก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดเจือน้ำเสียงเศร้าของ ใคร บางคน
เหว๋าเหว้าก๋าเหว้าเหว๊าก้าเหว่า นี่คือเสียงของใครที่ว่าแต่อีกเสียงที่ไม่ลดละความดังก็แทรกขึ้น
แกว๊กแกว้กกว๊ากแกว๊กแกว่ก ใครพวกนั้นน่าจะโกรธกันพอดูในใจฉันว่าเสียงนี้น่ารำคาญจริง ๆ
ถ้าเปิดประตูมุ้งลวดนี่ออกไปยิงปืนอัดลมขึ้นสักนัดพอตกใจฉันจะสบายหูขึ้น
แต่ก่อนจะได้กระทำกรรม เสียงอ่อย ๆของใครอีกคนก็ดังขึ้นใกล้เคียงโทนเสียงเหมือนกับเสียงที่สองแต่ห้าวกว่าทุ้มนุ่มกว่า
ด้วยความกระหายใคร่รู้ พวกเขา ทะเลาะอะไรกันฉันเปิดใจรับภาษาของพวกเขาเพื่อแปลเสียงเมื่อครู่
เหว๋าเหว้าก๋าเหว้าเหว๊าก้าเหว่า แม่ไม่เข้าใจหนูเลยไม่เคยแม้แต่จะพยายามเข้าใจ!
กาเหว่าวัยแรกแตกรุ่นแสนสวยกำลังน้ำตานองหน้า
แกว๊กแกว้กกว๊ากแกว๊กแกว่ก แกจะให้ฉันเข้าใจแกเหรอไอ้ลูกนอกคอก! ไม่เคยอยู่ในโอวาท ! ผู้ตอบคือ แม่กระสาหญิงวัยกลางนกและเสียงทุ้มนุ่มก็เอ่ยอย่างอ่อย ๆตามมา
ใจเย็น ๆกันหน่อยซี
เย็นยังไงไหวดันไปเที่ยวลืมรังซะหลายวันไปกับพวกตัวผู้รึเปล่าก็ไม่รู้รู้อยู่ว่าสมัยนี้พวก
ตัวผู้เลว ๆมันเยอะ สายตาจับจ้องยังร่างของสามีถ้อยคำกระแทกแดกดัน
หนูบอกแล้วว่าไปติวที่รังเพื่อนโรงเรียนจะสอบแล้วแม่ไม่เคยเชื่อหนูแม่ไม่เคยฟังหนูเลย
เพี๊ยะ! ปีกใหญ่สีน้ำตาลตบลงบนหน้าของนกกาเหว่าสาวจนหน้าหันน้ำตาซึม
เอ่ออย่ารุนแรงกันเลย พ่อนกผู้แสนอ่อนแอเอ่ยห้าม
นังลูกนอกรังแกรู้ไหมทำไมตัวของแกสีของแกถึงไม่เหมือนฉันไม่เหมือนพี่ๆน้องๆของแก
ทำไมสีของหนูแตกต่างแล้วมันมีเหตุผลอะไรมากกว่านั้น? กาเหว่าสาวสงสัยสะกิดใจในคำพูดของมารดา
แกน่ะเป็นลูกกาเหว่าไงล่ะพ่อแกน่ะมันเคยมีเมียน้อยเป็นกาเหว่าแม่แกน่ะไข่ทิ้งไว้ก่อนที่จะบินหนีไปหาตัวผู้ตัวใหม่แล้วฉันต้องมารับภาระเลี้ยงชีวิตเน่า ๆของแกไงล่ะแกน่ะทำตัวไม่ผิดกับแม่แกเลยจริง ๆฉันรู้ว่าแกแอบไปมีตัวผู้ไปนอนกับพวกตัวผู้มาแน่ๆ นางกระสาเผยธาตุแท้ความเกลียดชังล้นทะลักไหลพรูออกมาเป็นคำพูด
ที่แท้ หนูก็เป็นเพียงลูกกาเหว่า ที่ไม่มีใครรัก ดวงจิตไหววูบกับประโยคที่ได้ยิน
ชีวิตเน่าๆ อย่างนั้นหรือ ?
เธอมันก็แค่กาเหว่าพันธุ์ที่ถือว่าไร้ค่าเป็นแกะดำพฤติกรรมเลวทรามที่สุดในหมู่ปักษา
เธอเคยได้ยินเขาพูดกันกาเหว่าตัวนั้นไปไข่ทิ้งที่นั่นที่นี่อีกแล้วแต่เธอบอกกับตัวเองว่าไม่เห็นเกี่ยวกับเธอเธอเป็นลูกนกกระสาแม้สีจะแผกเพี้ยนแต่เธอก็เป็นลูกของพ่อแม่แต่สิ่งที่เธอได้รับฟังในเช้านี้ทำให้ดวงใจเธอแหลกสลาย
หนู ขอบคุณ ที่ พ่อ แม่ เลี้ยงหนูมาต่อไปนี้ หนูคงต้องออกเผชิญโลกกว้าง
เพียงลำพัง หนูขอลา กาเหว่าสาวกล่าวอำลาและก้มลงกราบพ่อและนกตัวที่เธอเรียกว่า แม่ใบหน้าเต็มใบด้วยน้ำตาก่อนจะโผบินสู่ฟ้ากว้างไม่กลับมาอีก
โธ่ ลูกพ่อไปซะแล้ว พ่อนกกระสาครางใจแทบสลายเมื่อลูกสาวสุดรักจากไป
ฮ้าสบายใจจังเลยทีนี้ก็ไล่มารคอหอยไปได้อีกตัวเหมือน ตอนนั้น ที่ นังกาเหว่าโง่
เมื่อรู้ตัวว่าหลุดอะไรออกมานางกระสาก็รีบหยุดปากก่อนจะหลุดอะไรมามากกว่านั้น
ความโกรธเข้าครอบงำดวงตาของเจ้ากระสาตัวผู้ส่องแสงวิบวับอย่างน่ากลัวพร้อมกับบันดาลโทสะกระชากปีกนางกระสามาเขย่าเค้นเอาความอย่างแรงจนขนหลุดลุ่ยก็ยังไม่ยอมหยุดกระชาก
กรี๊ด ! หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้บ้าหยุดเดี๋ยวนี้โอ๊ย! เจ็บฉันเป็นเมียแกนะทำยังงี้ได้ยังไง !
ด้วยความตกใจที่ไม่เคยถูกปฏิบัติเยี่ยงนี้ร่างที่บอบบางจึงถูกกระทำได้ง่ายนักไม่เคยถูกกระทำเคยแต่กระทำตัวอื่น !
นังนกใจร้ายแกบอกมานะตอนนั้นเมียกาเหว่าของข้าทำไมบอกมาให้หมดเดี๋ยวนี้บอกมา
ให้หมด เจ้ากระสาไม่หยุดยังคงเค้นความจริงที่ไม่ยอมหลุดออกจากปากเมียของมันจนเจ้าตัวเมียปีกหักลงและร่วงหล่นจากลูกกรงที่เกาะสู่พื้นซีเมนต์ด้านล่าง
ตุ้บ ! เนื่องจากปีกใช้การไม่ได้ร่างที่ร่วงหล่นลงมาจากตึกชั้นสองนั้นก็เปรียบได้กับก้อนหินหนักที่ถูกขว้างลงมาสู่พื้นแข็งอนิจจานางกระสาท่าทางจะบาดเจ็บสาหัสเกินเยียวยาเป็นแน่แท้
เจ้าตัวผู้ที่ธรรมดาจะเฉื่อยชากลับเดือดดาลได้ถึงขนาดนี้แสดงว่าถึงขีดสุดมาก ๆจริง ๆไม่ต่างอะไรไปกับช้างป่าที่กำลังตกมันพอบ้าได้ที่ก็ไล่เหยียบควาญช้างผู้เลี้ยงดูจนแบนไส้ปลิ้นออกแผ่หลากับพื้นดิน
ดูท่าเจ้าพ่อนกจะยังไม่หายแค้นมันพุ่งตัวเร็วจี๋ลงจิกอย่างบ้าดีเดือดจนอีกฝ่ายที่กำลังบาดเจ็บไม่มีทางได้อุทธรณ์ฎีกาแต่อย่างใดมีเพียงเสียงร้องขอชีวิตของนางกระสากับเสียงกราดด่าและเค้นถามของเจ้ากระสาตัวผู้สลับไปมาอยู่โหวกเหวกจนคนข้างบ้านทนรำคาญไม่ไหวเขวี้ยงกระป๋องน้ำอัดลมเปล่า ๆข้ามรั้วมาโดนเจ้าตัวผู้จนตกใจกระพือปีกหนีไปเหลือเพียงนางกระสาที่นอน
รอให้ความตายค่อยๆคืบคลานเข้ามากัดกินชีวิตของเธอ
ถึงเวลาชดใช้บาปกรรมที่ตามมาทันเสียแล้ว !
ฉันเองก็ตื่นจากภวังค์เพราะเสียงกระป๋องฉันมองดูนาฬิกาปลุกเรือนเก่าว่าเวลาผ่านไปเท่าใดแล้ว
ตายล่ะ ! นี่มันเจ็ดโมงครึ่งแล้วนี่ ฉัน เผลอตัวเฝ้าดูละครชีวิตของ พวกเขา อยู่นานขนาดนี้
เชียวหรือไม่ได้การแล้ว !
ฉันรีบคว้ากระเป๋านักเรียนวิ่งออกจากบ้านจับรถเมล์ไปโรงเรียนในทันที
วันนี้ฉันมาสายจึงถูกทำโทษเสียยกใหญ่แต่ผู้คนรอบข้างก็ช่วยได้แค่หัวเราะเย้ยในความโชคร้ายของฉันให้อับอายมากขึ้นเท่านั้น
ตลอดทั้งวันฉันเรียนไม่รู้เรื่องเลยคงจะเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อเช้าประกอบกับคำพูดของกาเหว่าสาวที่พูดทั้งน้ำตาก่อนจะร่ำลาแต่ถ้าพูดไปคงไม่มีใครเชื่อคงหาว่าฉันฝันเป็นตุเป็นตะแน่ ๆแต่มันก็ทำให้ฉันได้คิด
ไม่ใช่แต่มนุษย์ที่มีความขัดแย้งนกเองก็ยังมีความขัดแย้งภายในหมู่คณะในครอบครัวของพวกมันมีการแก่งแย่งชิงดีมีความอาฆาตพยาบาทแก้แค้นทำร้ายกันไม่รู้จักจบสิ้นอย่างมนุษย์
และที่สำคัญ นกก็มีน้ำตาน้ำตาจากก้นบึ้งของหัวใจของมัน !
***************************
ออริเรื่องแรกน่อ ฝากด้วยครับ
จากโจรผู้ที่ยัง.....โง่เขลา *-*
สะท้อนออกมาได้ดีเลย ชอบๆ