2005/Oct/09

กาเหว่า โดย ... อคิราห์

บทที่ 1 เพียงลูกกาเหว่า

ท้องฟ้าสีเทาค่อย ๆสว่างขึ้นทีละนิดเสียงนาฬิกาปลุกเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างตรงต่อเวลา

มือลึกลับเอื้อมไปกดสลักห้ามเจ้านาฬิกาปลุกผู้น่าสงสารให้หยุดส่งเสียง ฉัน ยังไม่อยากตื่น

เพราะวิญญาณของฉันกำลังโลดแล่นเสพสุขกับนิทานอยู่ในอีกมิติหนึ่ง

เวลาผ่านไปไม่นานนัก คน ที่โลกโน้นก็ออกปากไล่

ไปโรงเรียนก่อนไป๊คืนนี้กลับมาใหม่จะเตรียมเรื่องใหม่มาเล่าให้ฟัง เธอ ปิดหนังสือ

การแก้แค้นของกระต่าย ฉันผงกหัวรับกล่าวลา แม่ ในอีกมิติเดินทางกลับโลกเดิม

สายตาจับจ้องไปที่นาฬิกาปลุกอย่างมึน ๆ ตีห้าครึ่งแล้วนอนต่อมาตั้งครึ่งชั่วโมงแต่ทำไมมันดูแปบเดียวเอง

ฉันปรารภกับตนเองในใจพลางพลิกตัวลุกขึ้นยืนและด้วยความเคยชินฉันหลับตาเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวจากนั้นก็ให้ความมืดโอบไล้และฉุดกระชากไปอาบน้ำอย่างโดยดี

ขณะกำลังแต่งตัวฉันก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดเจือน้ำเสียงเศร้าของ ใคร บางคน

เหว๋าเหว้าก๋าเหว้าเหว๊าก้าเหว่า นี่คือเสียงของใครที่ว่าแต่อีกเสียงที่ไม่ลดละความดังก็แทรกขึ้น

แกว๊กแกว้กกว๊ากแกว๊กแกว่ก ใครพวกนั้นน่าจะโกรธกันพอดูในใจฉันว่าเสียงนี้น่ารำคาญจริง ๆ

ถ้าเปิดประตูมุ้งลวดนี่ออกไปยิงปืนอัดลมขึ้นสักนัดพอตกใจฉันจะสบายหูขึ้น

แต่ก่อนจะได้กระทำกรรม เสียงอ่อย ๆของใครอีกคนก็ดังขึ้นใกล้เคียงโทนเสียงเหมือนกับเสียงที่สองแต่ห้าวกว่าทุ้มนุ่มกว่า

ด้วยความกระหายใคร่รู้ พวกเขา ทะเลาะอะไรกันฉันเปิดใจรับภาษาของพวกเขาเพื่อแปลเสียงเมื่อครู่

เหว๋าเหว้าก๋าเหว้าเหว๊าก้าเหว่า แม่ไม่เข้าใจหนูเลยไม่เคยแม้แต่จะพยายามเข้าใจ!

กาเหว่าวัยแรกแตกรุ่นแสนสวยกำลังน้ำตานองหน้า

แกว๊กแกว้กกว๊ากแกว๊กแกว่ก แกจะให้ฉันเข้าใจแกเหรอไอ้ลูกนอกคอก! ไม่เคยอยู่ในโอวาท ! ผู้ตอบคือ แม่กระสาหญิงวัยกลางนกและเสียงทุ้มนุ่มก็เอ่ยอย่างอ่อย ๆตามมา

ใจเย็น ๆกันหน่อยซี

เย็นยังไงไหวดันไปเที่ยวลืมรังซะหลายวันไปกับพวกตัวผู้รึเปล่าก็ไม่รู้รู้อยู่ว่าสมัยนี้พวก

ตัวผู้เลว ๆมันเยอะ สายตาจับจ้องยังร่างของสามีถ้อยคำกระแทกแดกดัน

หนูบอกแล้วว่าไปติวที่รังเพื่อนโรงเรียนจะสอบแล้วแม่ไม่เคยเชื่อหนูแม่ไม่เคยฟังหนูเลย

เพี๊ยะ! ปีกใหญ่สีน้ำตาลตบลงบนหน้าของนกกาเหว่าสาวจนหน้าหันน้ำตาซึม

เอ่ออย่ารุนแรงกันเลย พ่อนกผู้แสนอ่อนแอเอ่ยห้าม

นังลูกนอกรังแกรู้ไหมทำไมตัวของแกสีของแกถึงไม่เหมือนฉันไม่เหมือนพี่น้องของแก

ทำไมสีของหนูแตกต่างแล้วมันมีเหตุผลอะไรมากกว่านั้น? กาเหว่าสาวสงสัยสะกิดใจในคำพูดของมารดา

แกน่ะเป็นลูกกาเหว่าไงล่ะพ่อแกน่ะมันเคยมีเมียน้อยเป็นกาเหว่าแม่แกน่ะไข่ทิ้งไว้ก่อนที่จะบินหนีไปหาตัวผู้ตัวใหม่แล้วฉันต้องมารับภาระเลี้ยงชีวิตเน่า ๆของแกไงล่ะแกน่ะทำตัวไม่ผิดกับแม่แกเลยจริง ๆฉันรู้ว่าแกแอบไปมีตัวผู้ไปนอนกับพวกตัวผู้มาแน่ นางกระสาเผยธาตุแท้ความเกลียดชังล้นทะลักไหลพรูออกมาเป็นคำพูด

ที่แท้ หนูก็เป็นเพียงลูกกาเหว่า ที่ไม่มีใครรัก ดวงจิตไหววูบกับประโยคที่ได้ยิน

ชีวิตเน่า อย่างนั้นหรือ ?

เธอมันก็แค่กาเหว่าพันธุ์ที่ถือว่าไร้ค่าเป็นแกะดำพฤติกรรมเลวทรามที่สุดในหมู่ปักษา

เธอเคยได้ยินเขาพูดกันกาเหว่าตัวนั้นไปไข่ทิ้งที่นั่นที่นี่อีกแล้วแต่เธอบอกกับตัวเองว่าไม่เห็นเกี่ยวกับเธอเธอเป็นลูกนกกระสาแม้สีจะแผกเพี้ยนแต่เธอก็เป็นลูกของพ่อแม่แต่สิ่งที่เธอได้รับฟังในเช้านี้ทำให้ดวงใจเธอแหลกสลาย

หนู ขอบคุณ ที่ พ่อ แม่ เลี้ยงหนูมาต่อไปนี้ หนูคงต้องออกเผชิญโลกกว้าง

เพียงลำพัง หนูขอลา กาเหว่าสาวกล่าวอำลาและก้มลงกราบพ่อและนกตัวที่เธอเรียกว่า แม่ใบหน้าเต็มใบด้วยน้ำตาก่อนจะโผบินสู่ฟ้ากว้างไม่กลับมาอีก

โธ่ ลูกพ่อไปซะแล้ว พ่อนกกระสาครางใจแทบสลายเมื่อลูกสาวสุดรักจากไป

ฮ้าสบายใจจังเลยทีนี้ก็ไล่มารคอหอยไปได้อีกตัวเหมือน ตอนนั้น ที่ นังกาเหว่าโง่

เมื่อรู้ตัวว่าหลุดอะไรออกมานางกระสาก็รีบหยุดปากก่อนจะหลุดอะไรมามากกว่านั้น

ความโกรธเข้าครอบงำดวงตาของเจ้ากระสาตัวผู้ส่องแสงวิบวับอย่างน่ากลัวพร้อมกับบันดาลโทสะกระชากปีกนางกระสามาเขย่าเค้นเอาความอย่างแรงจนขนหลุดลุ่ยก็ยังไม่ยอมหยุดกระชาก

กรี๊ด ! หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้บ้าหยุดเดี๋ยวนี้โอ๊ย! เจ็บฉันเป็นเมียแกนะทำยังงี้ได้ยังไง !

ด้วยความตกใจที่ไม่เคยถูกปฏิบัติเยี่ยงนี้ร่างที่บอบบางจึงถูกกระทำได้ง่ายนักไม่เคยถูกกระทำเคยแต่กระทำตัวอื่น !

นังนกใจร้ายแกบอกมานะตอนนั้นเมียกาเหว่าของข้าทำไมบอกมาให้หมดเดี๋ยวนี้บอกมา

ให้หมด เจ้ากระสาไม่หยุดยังคงเค้นความจริงที่ไม่ยอมหลุดออกจากปากเมียของมันจนเจ้าตัวเมียปีกหักลงและร่วงหล่นจากลูกกรงที่เกาะสู่พื้นซีเมนต์ด้านล่าง

ตุ้บ ! เนื่องจากปีกใช้การไม่ได้ร่างที่ร่วงหล่นลงมาจากตึกชั้นสองนั้นก็เปรียบได้กับก้อนหินหนักที่ถูกขว้างลงมาสู่พื้นแข็งอนิจจานางกระสาท่าทางจะบาดเจ็บสาหัสเกินเยียวยาเป็นแน่แท้

เจ้าตัวผู้ที่ธรรมดาจะเฉื่อยชากลับเดือดดาลได้ถึงขนาดนี้แสดงว่าถึงขีดสุดมาก ๆจริง ๆไม่ต่างอะไรไปกับช้างป่าที่กำลังตกมันพอบ้าได้ที่ก็ไล่เหยียบควาญช้างผู้เลี้ยงดูจนแบนไส้ปลิ้นออกแผ่หลากับพื้นดิน

ดูท่าเจ้าพ่อนกจะยังไม่หายแค้นมันพุ่งตัวเร็วจี๋ลงจิกอย่างบ้าดีเดือดจนอีกฝ่ายที่กำลังบาดเจ็บไม่มีทางได้อุทธรณ์ฎีกาแต่อย่างใดมีเพียงเสียงร้องขอชีวิตของนางกระสากับเสียงกราดด่าและเค้นถามของเจ้ากระสาตัวผู้สลับไปมาอยู่โหวกเหวกจนคนข้างบ้านทนรำคาญไม่ไหวเขวี้ยงกระป๋องน้ำอัดลมเปล่า ๆข้ามรั้วมาโดนเจ้าตัวผู้จนตกใจกระพือปีกหนีไปเหลือเพียงนางกระสาที่นอน

รอให้ความตายค่อยๆคืบคลานเข้ามากัดกินชีวิตของเธอ

ถึงเวลาชดใช้บาปกรรมที่ตามมาทันเสียแล้ว !

ฉันเองก็ตื่นจากภวังค์เพราะเสียงกระป๋องฉันมองดูนาฬิกาปลุกเรือนเก่าว่าเวลาผ่านไปเท่าใดแล้ว

ตายล่ะ ! นี่มันเจ็ดโมงครึ่งแล้วนี่ ฉัน เผลอตัวเฝ้าดูละครชีวิตของ พวกเขา อยู่นานขนาดนี้

เชียวหรือไม่ได้การแล้ว !

ฉันรีบคว้ากระเป๋านักเรียนวิ่งออกจากบ้านจับรถเมล์ไปโรงเรียนในทันที

วันนี้ฉันมาสายจึงถูกทำโทษเสียยกใหญ่แต่ผู้คนรอบข้างก็ช่วยได้แค่หัวเราะเย้ยในความโชคร้ายของฉันให้อับอายมากขึ้นเท่านั้น

ตลอดทั้งวันฉันเรียนไม่รู้เรื่องเลยคงจะเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อเช้าประกอบกับคำพูดของกาเหว่าสาวที่พูดทั้งน้ำตาก่อนจะร่ำลาแต่ถ้าพูดไปคงไม่มีใครเชื่อคงหาว่าฉันฝันเป็นตุเป็นตะแน่ ๆแต่มันก็ทำให้ฉันได้คิด

ไม่ใช่แต่มนุษย์ที่มีความขัดแย้งนกเองก็ยังมีความขัดแย้งภายในหมู่คณะในครอบครัวของพวกมันมีการแก่งแย่งชิงดีมีความอาฆาตพยาบาทแก้แค้นทำร้ายกันไม่รู้จักจบสิ้นอย่างมนุษย์

และที่สำคัญ นกก็มีน้ำตาน้ำตาจากก้นบึ้งของหัวใจของมัน !

***************************

ออริเรื่องแรกน่อ ฝากด้วยครับ

จากโจรผู้ที่ยัง.....โง่เขลา *-*

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
สุดยอดเลย สะท้อนออกมาได้ดีเลย ชอบๆ
การใช้ภาษาก็สุดๆ เยี่ยม จะติดตามอ่านนะค่ะ
#1  by  P.A.D.5 At 2005-10-10 18:27, 
แหะๆๆ....แก้ยังหว่า ดูไม่ออก ซะงั้น - -"
#2  by  Cherrykids At 2005-10-10 21:19, 
เออ.....พี่ต๊ะลงแด่ฟิกจิงๆด้วยแฮะ
ไอ้เรารึเร่งให้อัพบล๊อกตั้งแต่วันที่6หรือ7นี่หว่าไหงเพิ่งมาอัพวันที่9 ดีนะที่ไปกระตุ้นอีกทีที่งานมีท ไม่งั้นพี่แกไม่ยอมอัพแน่ๆ
Ps.เด๋วจะขอแฉพี่ต๊ะในบล๊อกศะหน่อยทำใจหน่อยละกันน้า เหอๆ
#3  by  ~babypoppura~ At 2005-10-11 15:31, 
ฮึ่มแอบอิจฉาใครบางคนที่มาแต่งฟิกเกินหน้าเกินตา (ช่วงนี้ยิ่งแต่งฟิกไม่ออกอยู่)

อคิราห์ นามปากกานี้ก็ชื่อแปลกดีนะ แต่อ่านดี ๆ คงแผลงมาจากชื่อจริงใช่มั้ยล่ะ

ส่วนฟิก... อืม จะบอกว่าอ่านมาก ๆ ไม่ได้แล้วน่ะ (จะเกิดอาการอ้อกออกมาน่ะ โทษทีน่อ) แต่ก็เคยหลังไมค์ไปแล้วทีนะ อย่าน้อยใจนะเฟ้ย

ปล. ฟอนท์นี่ดูเหมือนว่าได้อ่านจากหนังสือเลยล่ะ จะเพี้ยนก็ตรงเครื่องหมายที่มันใหญ่ไปหน่อย ไม่งั้นนะจะเหมือนเปี๊ยบเลย แบบว่าปรินท์อ่านมาเก็ยไว้ได้เลย

ขยันจังเล้ย แบ่งกันบ้างสิ
#4  by  นายรอนใจสะออน At 2005-10-11 23:45, 
ภาษาอ่านลื่นดีค่ะพี่ต๊ะ ใช้คำที่ไม่ซ้ำซากอ่านสบาย ๆ ไม่ต้องมานั่งแปลอะไรมากมาย บรรยายออกมาดีนะเจ้าคะ
ยังไงยังไงพี่ต๊ะก็พยายามต่อไปนะคะ
"การฝึกฝนคือหนทางแห่งความสำเร็จ"(เหอ ๆ เข้าปรัชญาซะแล้วถ้าทางจะโดนท่านพ่อที่เคารพให้(ยัดเยียด)อ่านหนังสือธรรมะมากไปหน่อยโฮ ๆ ข้าน้อยอดอ่านการ์ตูน ดูการ์ตูนชีวิตนี้ช่างเศร้าT0T)

ดรากอนก็เข้ามาเยี่ยมหลายครั้ง(ต้องพูดว่าค่อยข้างบ่อยเลยล่ะก่อนหน้าที่จะเจอพี่อีก)แล้วค่ะแต่ไม่เคยโพสซะทีข้าน้อยผิดไปแล้วก๊าบบบบบบ

จะติดตามต่อไปนะเจ้าคะ
('กรุ๊งกริ๊ง'เองเน้อ) =_=^^^^
#5  by  DrA_GoN (202.57.166.37) At 2005-10-31 17:15, 
ก๊ากกกก อ่านผ่านๆอีกรอบ(ชั่วร้ายเนอะ = =")
จริงๆแล้วเพิ่งมาสังเกตครั้งนี้ว่ามีสำนวนแปลแบบวรรณกรรมแปลด้วย..

แต่... นี่มันโพสต์ตั้งแต่วัน 9 ต๊ะไม่อัพบลอคเลยเรอะ!! =[]=
#6  by  thera At 2005-11-01 20:58, 

<< Home